The Answer of Don Q. Sylvester
posted on 17 Nov 2011 16:45 by earthwormThe Answer of Don Q. Sylvester
"นะ-นี่ก็ดึกมากแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ"
แม้อีกฝ่ายจะกำลังรอฟังคำตอบอยู่ แต่สุดท้ายผมก็หนีออกมาก่อนจนได้...
...
..
.
เมื่อคืนผมนอนไม่หลับเกือบทั้งคืน เช้านี้ผมถึงได้รู้สึกง่วงเป็นพิเศษ ผมลุกจากเตียงก่อนที่รูมเมทคนอื่นๆจะตื่นแล้วจะออกมานั่งอยู่หน้าเตาผิงในห้องนั่งเล่นรวมของฮัฟเฟิลพัฟ
"เฮ้อ.."
ถอนหายใจพลางเหยียดแขนแล้วเอนหลังพิงโซฟา บรรยากาศรอบๆเงียบจนได้ยินเสียงนาฬิกา มันเดินไปเรื่อยๆเหมือนทุกวัน แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันช้าลงจนน่าอึดอัด ผมเลื่อนสายตามองเข้าไปในเปลวไฟที่กำลังปะทุ ราวกับว่ามันจะช่วยปัดเป่าความวุ่นวายที่อยู่ในใจของผมได้
ทำไมถึงทำอะไรงี่เง่าอย่างนั้นเล่า!
ใจหนึ่งเริ่มตำหนิตัวเอง ส่วนอีกใจก็คิดหาเหตุผลมาแก้ตัว ช่วยไม่ได้ ก็ผมตกใจนี่นา.. อยู่ๆเอโทเลียก็ถามอะไรแบบนั้นออกมา.. แล้วก็บอกว่า.. ชอบผม?
คิดได้เท่านั้นหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้งผมส่ายศีรษะไปมาไล่ความคิดไร้สาระออกจากหัว แต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไร ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เปลี่ยนเป็นเดินไปหยิบหนังสือมาอ่านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่อ่านไปได้ไม่กี่หน้าก็ต้องปิดหนังสือเพราะอ่านไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
ผมนั่งอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งนักเรียนคนอื่นเริ่มทยอยกันออกจากห้องนอนมาที่ห้องนั่งเล่น จึงย้ายจากห้องนั่งเล่นรวมแล้วเดินตรงไปที่ริมทะเลสาปแทน
"ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้นะ..."
ผมพึมพำกับตัวเอง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กชะมัด.. ผมอายุสิบหกแล้วนะ! แต่ก็ไม่เคยชอบใครมาก่อนเลยด้วย.. การชอบใครสักคนนี่มันเป็นยังไงกันนะ.. รู้สึกดีตอนอยู่ใกล้? ดีใจที่เห็นเขายิ้ม? อยากดูแล? ใจหายตอนเห็นอีกฝ่ายเศร้า? หรือว่าใจเต้น..
ก็ตรงหมดเลยนี่นา....
"สวัสดี"
ผมรีบลุกพรวดหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยความตกใจ อีกฝ่ายมองผมพลางฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะแนะนำตัวเองว่าชื่อ เอเรียส เอส. ไฮด์ตัน อยู่ปี 7 บ้านสลิธีริน ผมจึงแนะนำตัวกลับไปแล้วยื่นมือไปให้เขาจับ เอเรียสยังคงฉีกยิ้มกว้าง เขาเอียงคอน้อยๆก่อนจะถามออกมาว่า "ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันอากาศดีแท้ๆ ทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้นล่ะครับ"
"อ่า.. เอ่อ..."
ผมชะงัก ไม่นึกว่าจะมีคนมาในที่แบบนี้น่ะนะ แล้วก็ไม่นึกว่าจะมีใครมาถามอะไรผมด้วย.. ผมลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เอเรียสฟัง น่าแปลก ถึงจะเคยเจอเขาแค่ครั้งเดียวแต่ก็ให้ความรู้สึกวางใจได้อย่างบอกไม่ถูก.. อีกฝ่ายรับฟังเงียบๆ พลางพยักหน้าเป็นระยะๆ
"อ๋อ.. เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นน่ากลุ้มใจตรงไหนเลย"
"ตะ-แต่ว่า... ผม.. ไม่กล้านี่นา"
"โหย! ไม่กล้า! ไม่กล้า! รู้มั้ยว่ามีคนที่ต้องเสียใจเพราะเรื่องอย่างนี้มากี่คนแล้ว!"
เอเรียสพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง ทำเอาผมถึงกับผงะไปเลย ก่อนจะพยักหน้า ยอมรับว่าที่เคยเจอทั้งในการ์ตูน ในนิยาย หรือแม้แต่ในชีวิตจริง คนส่วนใหญ่ที่ผิดหวังกับความรักนั้นมาจากความกลัวของตัวเขาเองทั้งนั้น.. แต่ถึงจะคิดได้แบบนั้นก็เถอะ แต่ผมก็กลัวอยู่ดีนี่นา...
"ถ้าไม่กล้าพูดล่ะก็ เขียนเป็นไงครับ"
จะบ้าเหรอครับ..
ไม่สิ ฟังเหมือนไร้สาระแต่ความจริงแล้วมันใช่เลย!!
"อ๊ะ จริงด้วย ขอบคุณนะครับ!!"
ผมรีบเข้าไปเขย่ามือเอเรียสก่อนจะรีบกลับหออย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายมองตามงงๆ ก่อนจะเอามือเกาหัว ผมไม่ได้ยินหรอกนะว่าเขาพูดว่าอะไร แต่ผมมีหน้าที่บรรยาย เอาเป็นว่าเอเรียสทำสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะ ตะโกนไล่หลังผมว่าโชคดีนะ! ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่าเสนอไปเล่นๆดันเอาไปใช้จริงด้วยแฮะ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง...
เย็นวันนั้นผมออกมาเดินตามหาเอโทเลียแถวๆหน้าหอกริฟฟินดอร์ พอเจอเธอผมก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แล้วยัดกระดาษที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆใส่มือเธอก่อนจะรีบเดินหนีออกมา ก่อนที่ใครจะมาเห็นว่าผมในตอนนี้หน้าแดงขนาดไหน..
"เอ๊ะ? เดี๋ยวค่ะคุณผี..!"
ให้ตายเหอะ ผมชอบทำอะไรที่มันวุ่นวายจริงๆเลย...
แม้อีกฝ่ายจะกำลังรอฟังคำตอบอยู่ แต่สุดท้ายผมก็หนีออกมาก่อนจนได้...
...
..
.
เมื่อคืนผมนอนไม่หลับเกือบทั้งคืน เช้านี้ผมถึงได้รู้สึกง่วงเป็นพิเศษ ผมลุกจากเตียงก่อนที่รูมเมทคนอื่นๆจะตื่นแล้วจะออกมานั่งอยู่หน้าเตาผิงในห้องนั่งเล่นรวมของฮัฟเฟิลพัฟ
"เฮ้อ.."
ถอนหายใจพลางเหยียดแขนแล้วเอนหลังพิงโซฟา บรรยากาศรอบๆเงียบจนได้ยินเสียงนาฬิกา มันเดินไปเรื่อยๆเหมือนทุกวัน แต่ผมกลับรู้สึกว่ามันช้าลงจนน่าอึดอัด ผมเลื่อนสายตามองเข้าไปในเปลวไฟที่กำลังปะทุ ราวกับว่ามันจะช่วยปัดเป่าความวุ่นวายที่อยู่ในใจของผมได้
ทำไมถึงทำอะไรงี่เง่าอย่างนั้นเล่า!
ใจหนึ่งเริ่มตำหนิตัวเอง ส่วนอีกใจก็คิดหาเหตุผลมาแก้ตัว ช่วยไม่ได้ ก็ผมตกใจนี่นา.. อยู่ๆเอโทเลียก็ถามอะไรแบบนั้นออกมา.. แล้วก็บอกว่า.. ชอบผม?
คิดได้เท่านั้นหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้งผมส่ายศีรษะไปมาไล่ความคิดไร้สาระออกจากหัว แต่เหมือนจะไม่ช่วยอะไร ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เปลี่ยนเป็นเดินไปหยิบหนังสือมาอ่านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่อ่านไปได้ไม่กี่หน้าก็ต้องปิดหนังสือเพราะอ่านไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
ผมนั่งอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งนักเรียนคนอื่นเริ่มทยอยกันออกจากห้องนอนมาที่ห้องนั่งเล่น จึงย้ายจากห้องนั่งเล่นรวมแล้วเดินตรงไปที่ริมทะเลสาปแทน
"ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ไปได้นะ..."
ผมพึมพำกับตัวเอง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กชะมัด.. ผมอายุสิบหกแล้วนะ! แต่ก็ไม่เคยชอบใครมาก่อนเลยด้วย.. การชอบใครสักคนนี่มันเป็นยังไงกันนะ.. รู้สึกดีตอนอยู่ใกล้? ดีใจที่เห็นเขายิ้ม? อยากดูแล? ใจหายตอนเห็นอีกฝ่ายเศร้า? หรือว่าใจเต้น..
ก็ตรงหมดเลยนี่นา....
"สวัสดี"
ผมรีบลุกพรวดหันไปมองเจ้าของเสียงด้วยความตกใจ อีกฝ่ายมองผมพลางฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะแนะนำตัวเองว่าชื่อ เอเรียส เอส. ไฮด์ตัน อยู่ปี 7 บ้านสลิธีริน ผมจึงแนะนำตัวกลับไปแล้วยื่นมือไปให้เขาจับ เอเรียสยังคงฉีกยิ้มกว้าง เขาเอียงคอน้อยๆก่อนจะถามออกมาว่า "ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันอากาศดีแท้ๆ ทำไมถึงทำหน้าอย่างนั้นล่ะครับ"
"อ่า.. เอ่อ..."
ผมชะงัก ไม่นึกว่าจะมีคนมาในที่แบบนี้น่ะนะ แล้วก็ไม่นึกว่าจะมีใครมาถามอะไรผมด้วย.. ผมลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เอเรียสฟัง น่าแปลก ถึงจะเคยเจอเขาแค่ครั้งเดียวแต่ก็ให้ความรู้สึกวางใจได้อย่างบอกไม่ถูก.. อีกฝ่ายรับฟังเงียบๆ พลางพยักหน้าเป็นระยะๆ
"อ๋อ.. เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นน่ากลุ้มใจตรงไหนเลย"
"ตะ-แต่ว่า... ผม.. ไม่กล้านี่นา"
"โหย! ไม่กล้า! ไม่กล้า! รู้มั้ยว่ามีคนที่ต้องเสียใจเพราะเรื่องอย่างนี้มากี่คนแล้ว!"
เอเรียสพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจัง ทำเอาผมถึงกับผงะไปเลย ก่อนจะพยักหน้า ยอมรับว่าที่เคยเจอทั้งในการ์ตูน ในนิยาย หรือแม้แต่ในชีวิตจริง คนส่วนใหญ่ที่ผิดหวังกับความรักนั้นมาจากความกลัวของตัวเขาเองทั้งนั้น.. แต่ถึงจะคิดได้แบบนั้นก็เถอะ แต่ผมก็กลัวอยู่ดีนี่นา...
"ถ้าไม่กล้าพูดล่ะก็ เขียนเป็นไงครับ"
จะบ้าเหรอครับ..
ไม่สิ ฟังเหมือนไร้สาระแต่ความจริงแล้วมันใช่เลย!!
"อ๊ะ จริงด้วย ขอบคุณนะครับ!!"
ผมรีบเข้าไปเขย่ามือเอเรียสก่อนจะรีบกลับหออย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายมองตามงงๆ ก่อนจะเอามือเกาหัว ผมไม่ได้ยินหรอกนะว่าเขาพูดว่าอะไร แต่ผมมีหน้าที่บรรยาย เอาเป็นว่าเอเรียสทำสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะ ตะโกนไล่หลังผมว่าโชคดีนะ! ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่าเสนอไปเล่นๆดันเอาไปใช้จริงด้วยแฮะ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง...
เย็นวันนั้นผมออกมาเดินตามหาเอโทเลียแถวๆหน้าหอกริฟฟินดอร์ พอเจอเธอผมก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว แล้วยัดกระดาษที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆใส่มือเธอก่อนจะรีบเดินหนีออกมา ก่อนที่ใครจะมาเห็นว่าผมในตอนนี้หน้าแดงขนาดไหน..
"เอ๊ะ? เดี๋ยวค่ะคุณผี..!"
ให้ตายเหอะ ผมชอบทำอะไรที่มันวุ่นวายจริงๆเลย...
END
เนื้อความในกระดาษ.
'เรื่องเมื่อคืนผมดีใจมากเลยนะครับ
ผมน่ะไม่เคยมีความรัก.. ไม่เคยชอบใครมาก่อน ก็เลยไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไรกันแน่..
แต่ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับเอโทเลียนะครับ
มีความสุขมาก มากจนบางครั้งผมก็กลัวว่าสักวันหนึ่งมันจะหายไป..
อ๊ะ นี่ผมเขียนอะไรลงไปเนี่ย
เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องที่เอโทเลียถามผมเมื่อคืนดีกว่า
ผมคิดว่า.. คง.. ชอบ.. ล่ะมั้ง
อ๊า! ไม่มีอะไรจะเขียนแล้ว
เอาเป็นว่าจากนี้ไปฝากเนื้อฝากตัวในหลายๆความหมายด้วยนะครับ
ดอน คิว. เอส.'
ผมน่ะไม่เคยมีความรัก.. ไม่เคยชอบใครมาก่อน ก็เลยไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไรกันแน่..
แต่ผมมีความสุขที่ได้อยู่กับเอโทเลียนะครับ
มีความสุขมาก มากจนบางครั้งผมก็กลัวว่าสักวันหนึ่งมันจะหายไป..
อ๊ะ นี่ผมเขียนอะไรลงไปเนี่ย
เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องที่เอโทเลียถามผมเมื่อคืนดีกว่า
ผมคิดว่า.. คง.. ชอบ.. ล่ะมั้ง
อ๊า! ไม่มีอะไรจะเขียนแล้ว
เอาเป็นว่าจากนี้ไปฝากเนื้อฝากตัวในหลายๆความหมายด้วยนะครับ
ดอน คิว. เอส.'
edit @ 17 Nov 2011 16:58:13 by ไส้เดือน